มันฝรั่ง

มันฝรั่งมีชื่อในภาษาอังกฤษ ว่า potato มาจากคํ าว่า patata ในภาษาชาวอินเดียน ที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ เมื่อนายพลฟรันซิสโก ปิซาร์โร (Francisco Pizarro) แห่งสเปน พิชิตเปรูได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2073 กองทัพสเปนที่มุ่งจะครอบครองทองคำและอัญมณีอันล้ำค่าของอารยธรรมอินคานั้น ไม่ได้สนใจใยดีกับมันฝรั่ง ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบเทือกเขาแอนดิสของประเทศเปรู แต่ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าอาณาจักรอินคาที่ยิ่งใหญ่ได้สูญสลายไปจนสิ้นแล้ว และสเปนก็ได้สูญสิ้นความเป็นมหาอำนาจไปแล้วเช่นกัน แต่มันฝรั่งแห่งเปรูได้กลายเป็นพืชที่ยิ่งใหญ่ และมีความสำคัญมากที่สุดในโลก ธุรกิจมันฝรั่ง ธุรกิจมันฝรั่งผลิตมันฝรั่งปีละ 300 ล้านตัน ครึ่งหนึ่งของมันฝรั่งที่ปลูกได้ จะถูกนำไปเป็นอาหารโปรตีนสำหรับสัตว์ เหล้าวอดก้า แป้ง กาว น้ำมันเชื้อเพลิง และสีย้อม มีตำนานเล่าว่าจอมโจรดิลลิงเกอร์ (Dillinger) ได้แกะมันฝรั่งเป็นรูปปืนแล้วใช้สีย้อมทามันฝรั่ง จนทำให้ดูเสมือนว่าเป็นปืนจริงเพื่อนำมาขู่ยามทำให้เขาหนีจากคุกได้ คุณค่าทางอาหาร มันฝรั่งเป็นพืชที่สามารถให้ผลเร็ว ถึงแม้จะปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กๆ มันก็ให้ผลผลิตเท่ากับข้าวที่ขึ้นในพื้นที่ที่มากกว่าถึง 2 เท่า มันทนสภาพดินฟ้าอากาศได้ทั้งร้อนและหนาว จึงทำให้สามารถขึ้นได้ดีบนพื้นที่ในบริเวณเทือกเขาแอนดิส ที่สูง 12,000 ฟุต และสถานที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เช่น ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ นักโภชนาการรู้ว่า โปรตีนที่ได้จากมันฝรั่งมีคุณภาพดีกว่าโปรตีนที่ได้จากพืชอื่นๆ เช่น ถั่วลิสง มันฝรั่ง 100 กรัม ให้พลังงาน 85 แคลอรี่ และ 99.9% ของผลผลิตไม่มีไขมัน นอกจากนี้มันฝรั่งยังมีธาตุแคลเซียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไอโอดีน แมกนีเซียม กรดโฟลิก และวิตามิน ซี, บี-1 และบี-2 อีกทั้งยังพบว่าการที่กัปตันเรือในสมัยก่อนนิยมขนมันฝรั่งไปด้วยในการเดินทางไกล สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพื่อป้องกันกัปตันและลูกเรือมิให้เป็นโรคเลือดออกตามไรฟันนั่นเอง การที่มันฝรั่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงเช่นนี้ นักโภชนาการจึงมีความเชื่อว่าหากใครต้องตกอยู่บนเกาะร้าง และเขามีมันฝรั่งจะปลูก เขาจะไม่มีวันอดอาหารตาย เมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณเทือกเขาแอนดิสปลูกมันฝรั่งเป็นอาหาร ชาวอินคา บริโภคมันฝรั่งเป็นอาหารหลัก โดยนำมันมาตากแดดให้แห้งแล้วบด ให้ละเอียดเป็นแป้ง เซอร์จอห์น ฮอว์คิง (John Hawking) เป็นบุคคลแรกที่นำมันฝรั่งมาปลูกครั้งแรกที่ไอร์แลนด์ในปี พ.ศ. 2108 ชาวสก็อตเคยปฏิเสธไม่ยอมบริโภคมันฝรั่ง เพราะถือว่ามันเป็นผลไม้ปีศาจ จากการที่คัมภีร์ไบเบิลไม่เคยเอ่ยถึงพืชชนิดนี้เลย มาบัดนี้มันฝรั่งเป็นพืชที่เป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วโลกแล้ว 'ศูนย์วิจัยมันฝรั่งนานาชาติ' (International Center for Potato Research) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เป็นสถาบันวิจัยมันฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก สถาบันแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่และนักวิจัยรวม 600 คน ได้รับเงินงบประมาณปีละ 525 ล้านบาท ทำหน้าที่ค้นหาสายพันธุ์มันฝรั่งชนิดใหม่ๆ หาวิธีปรับปรุงกระบวนการที่จะทำให้มันฝรั่งให้ผลเร็วขึ้นและมากขึ้น หายาต่อต้านศัตรูที่จะมารบกวน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เพื่อช่วยให้มันสามารถเจริญเติบโตในสภาพดินฟ้าอากาศที่ 'ไม่ปกติ' อีกด้วย เอช ซานด์สตรา (H. Zandstra) ผู้อำนวยการสถาบันมีความประสงค์จะทำให้มันฝรั่งเป็นพืชของคนยากจนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วโลก เขายังมีแผนการจะให้สถาบันของเขาเป็นพิพิธภัณฑ์อนุรักษ์สายพันธ์มันฝรั่งทุกชนิดในโลกอีกด้วย ในอดีตชนเผ่าอินคาไม่เคยรู้จักยีน (gene) ของมันฝรั่ง แต่เขาก็รู้ว่า หากต้นไม้ที่ให้อาหารหลักแก่พวกเขาไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดี มันจะสูญพันธุ์ ดังนั้นเวลามีเทศกาลในนครคูซโค กษัตริย์อินคาจะทรงสวดมนต์อ้อนวอนพระผู้เป็นเจ้าให้คุ้มครองมันฝรั่ง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ติชม


ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

สร้างโดย :


Gay_Black

สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
การโรงแรมและการท่องเที่ยว