เหล็กเต็ม ... ตรวจสอบอย่างไร

เหล็กเต็ม ... ตรวจสอบอย่างไร     
ที่มา : บ้านและสวน        

         หลายท่านที่เคยผ่านประสบการณ์การต่อสู้กับผู้รับเหมา ในสมรภูมิของการสร้างบ้านมาแล้ว คงคุ้นเคยและปวดหัวกับคำว่า “เหล็กเต็ม” กับ “เหล็กไม่เต็ม” กันมาบ้างพอสมควร เหล็กเต็มคืออะไร แล้วต่างกันอย่างไรกับ เหล็กไม่เต็ม สถาปนิกโดยทั่วไปมักจะระบุในรายการประกอบแบบก่อสร้างไว้เสมอในหมวดงานเหล็กว่าให้ใช้เหล็ก บลส. หรือเทียบเท่า ซึ่งทำให้ ผู้รับเหมาส่วนใหญ่มักจะบอกว่า “ไม่จำเป็นต้องใช้เหล็ก บลส. ก็ได้ แต่ใช้เหล็กเต็มแทนก็ได้” อาจจะด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์(หรือจำใจเพราะไม่มีความรู้) หลายท่านก็มักจะยอมทำตามที่ผู้รับเหมาเสนอ หลายท่านเลยอาจสับสนและเข้าใจผิดว่า บลส. คือ ชื่อของชนิดของเหล็ก แต่อันที่จริงแล้ว บลส. คือ ชื่อของโรงงานผู้ผลิตเหล็ก ดังนั้น บลส. จึงไม่ใช่เหล็กเต็ม แต่เป็นโรงงานซึ่งผลิตเหล็กได้ขนาดและน้ำหนักตามมาตรฐาน มอก. (คือมี เส้นผ่านศูนย์กลางได้ขนาด/น้ำหนัก ตามที่มาตรฐาน กำหนดไว้) ส่วน “เหล็กไม่เต็ม” ก็จะตรงกันข้ามนะครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเหล็กเต็มที่ผู้รับเหมาบอกเราเป็นเหล็กเต็มจริงๆ 
            
           บางครั้ง(หรือบ่อยครั้ง) ผู้รับเหมามักจะนำเหล็กไม่เต็มมาใช้ในการก่อสร้าง เพื่อลดต้นทุน และบอกเราว่าเป็นเหล็กเต็ม ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องรู้วิธีการตรวจสอบเพื่อความมั่งคงของบ้านเราเอง วิธีการตรวจเช็คก็มีวิธีการแบบคร่าว 2 แบบด้วยกัน

           วิธีแรก ก็คือ ตรวจสอบจากสายตา โดยดูจาก Name Plate (ใบกำกับเหล็ก) ซึ่งจะแสดงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก อาทิเช่น ชนิด ขนาด ความยาว แต่ที่สำคัญที่สุดบนใบกำกับเหล็กก็คือ เครื่องหมาย มอก. ครับ ใบกำกับเหล็กที่ว่านี้ส่วนมากจะพบเห็นในกรณีที่มีการสั่งเหล็กเป็นมัดใหญ่ แต่ในกรณีที่สั่งเหล็กในจำนวนไม่เยอะ หรือในกรณีที่ใบกำกับหลุดหายไป จะทำอย่างไร วิธี ก็คือ ต้องสังเกตดูที่เนื้อเหล็กแทน เพื่อหาตัวหนังสือ มอก. ที่ปั๊มมาในเนื้อเหล็กแทน ซึ่งตัวปั๊มเหล่านี้จะปรากฏอยู่เป็นระยะๆ ตลอกทั้งคงวามยาวของเหล็ก หากไม่พบก็น่าสงสัยได้ว่า อาจจะเป็นเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือที่ช่างมักเรียกกันว่า “เหล็กไม่เต็ม” นั่นเอง



วิธีที่สอง ก็คือ ตรวจสอบด้วยการชั่งครับ วิธีก็ง่ายๆ ครับ คือ ตัดเหล็กมา 1 เมตรแล้วก็เอาไปชั่ง หากชั่งได้ตามน้ำหนักตามที่มาตรฐานกำหนดไว้ก็ถือว่าได้มาตรฐานครับ

สำหรับเหล็กเส้นกลม หรือที่มักระบุในแบบก่อสร้างโดยย่อว่า RB (Round Bar) ขนาดที่พบเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ 6-9-12 มม.

6 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 0.222 กก.
9 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 0.499 กก.
12 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 0.888 กก.
15 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 1.387 กก.
19 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 2.226 กก.
25 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 3.853 กก.

ส่วนสาเหตุที่เหล็กเส้นกลมที่มีขนาดใหญ่กว่านี้มักจะไม่ค่อยพบเจอเนื่องจาก วิศวกร จะเลี่ยงไปใช้เหล็กข้ออ้อยแทน


เหล็กเส้นข้ออ้อย หรือที่มักระบุในแบบก่อสร้างโดยยอ่ว่า DB (Deform Bar) ขนาดที่พบได้บ่อยๆ ก็คือ 10-12-16 มม.


10 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 0.616 กก.
12 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 0.888 กก.
16 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 1.578 กก.
20 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 2.466 กก.
25 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 3.853 กก.
28 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 4.834 กก.
32 มม. ควรจะมีน้ำหนักประมาณ 6.31 กก.

         สำหรับเหล็กข้ออ้อยที่มีขนาดใหญ่ๆ มักจะไม่ค่อยพบเห็นเนื่องจาก ความยากลำบากในการงอเหล็ก  วิศวกรผู้ออกแบบมักจะเลือกระบุเหล็กข้ออ้อย 2 เส้นคู่ที่มีขนาดเล็ก แทน เส้นใหญ่เส้นเดียว

      อย่างไรก็ตามในขณะที่อยู่ในขั้นตอนการออกแบบแบบ ท่านควรบอกให้สถาปนิกระบุโรงงานผู้ผลิตเหล็กที่เชื่อถือได้ลงไปในแบบ โดยเลือกเอารายชื่อของผู้ผลิตเหล็กที่ได้รับ มอก. และตัดตัวหนังสือ “เทียบเท่า” เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้รับเหมาเปลี่ยนชนิดของเหล็กในภายหลัง ก็จะเป็นการป้องกันปัญหาน่าปวดหัวที่จะเกิดขึ้นในภายหลังได้






รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ติชม


ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

สร้างโดย :


CONSTRUCTION

สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
การก่อสร้าง