ระบบเครือข่ายไร้สาย

WIRELESS
    
Written by กองบรรณาธิการ | Thu, 27 January 2011
เครดิต :  http://www.chip.in.th

     ผู้นำกองทัพเซนจูเรี่ยนสามารถรู้ว่า กำลังมีทหารม้าพร้อมอาวุธครบมือกว่า 100 นายกำลังประชิดเข้าชายแดนจักรวรรดิ์โรมัน และมีทีท่าไม่เป็นมิตร จากนั้นเขาจึงสั่งให้ทหารใต้บังคับบัญชาจุดคบเพลิง ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการส่งสัญญาณให้ทหารที่อยู่ในหอสังเกตการณ์ใกล้เคียงได้ทราบถึงทิศทางการบุกของศัตรูเท่านั้น แต่ยังเป็นการสั่งให้กองรบในแคมป์เตรียมตัวให้พร้อมอีกด้วย ... กล่าวได้ว่าการสื่อสารไร้สายนั้นมีการใช้งานมาตั้งแต่ 1,800 ปีก่อนแล้ว

     หลังสิ้นสุดยุคของจักรวรรดิ์โรมัน ความเร็วในการสื่อสารก็ลดต่ำลงเป็นอย่างมาก กว่าที่ข้อความจะส่งไปถึงอีกที่หนึ่งจะต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือน จนเมื่อมาถึงปีค.ศ. 1886 ที่นักฟิสิกซ์ชาวเยอรมันชื่อ Heinrich Hertz ได้พิสูจน์และค้นพบว่าคลื่นไฟฟ้านั้นมีอยู่จริง และได้กลายเป็นทฤษฎีพื้นฐานของเทคโนโลยีคลื่นวิทยุในเวลาต่อมา

     จากนั้นในปี 1894 Guglielmo Marcony ชาวอิตาลีได้นำทฤษฎีของ Hertz มาประยุกต์ใช้งานจริง และในปี 1899 ก็ประสบความสำเร็จในการทดลองส่งคลื่นวิทยุเป็นระยะทางได้ไกลหลายกิโลเมตร โดยในปี 1901 เขาได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบโดยการส่งสัญญาณจากบนฝั่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังเรือที่จอดอยู่ห่างออกไปถึง 12 ไมล์
8 ปีต่อมา Marcony ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์จากผลงานการประดิษฐ์วิทยุโทรเลขร่วมกับ Karl Ferdinand Braun นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน

WLAN: Hedy Lamarr และ iBook

     หากดูแค่ประวัติผิวเผิน Hedy Lamarr ก็คงเป็นแค่นักแสดงสาวชาวออสเตรียที่โด่งดังข้ามมาถึงฮอลลีวู้ดจากบทนู้ดในหนังเยอรมันเรื่องหนึ่ง แต่แท้ที่จริงแล้วเธอคนนี้คือผู้ที่คิดค้นเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายร่วมกับนักแต่งเพลงชื่อ George Antheil ซึ่งคิดค้นเทคนิคการกระโดดของความถี่ (Frequency Hopping) ได้ในปี 1942 โดยเทคโนโลยีนี้ทำให้สามารถส่งคลื่นวิทยุด้วยวิธีแผ่สเปกตรัมเปลี่ยนความถี่ไปเรื่อยๆ ทำให้ไม่สามารถระบุถึงที่มาหรือถูกรบกวนได้ง่ายๆ เทคนิคการกระโดดของความถี่นี้ถูกนำไปใช้ในเทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ บลูทูธ จนกระทั่งเครือข่ายไร้สายมาตรฐาน 802.11 ในปัจจุบัน

     เทคโนโลยี WLAN นั้นเริ่มกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดในปี 1999 เมื่อแอปเปิลส่งเครื่องแลปท็อป iBook ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AirPort ออกสู่ตลาด และนับแต่นั้นมาราคาของอะแดปเตอร์ WLAN รวมไปถึง Access Point ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องจากกระแสความนิยมที่เพิ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

มาตรฐานใหม่: WiMAX หรือ LTE
     ย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้า ดูเหมือนว่า WiMAX จะเป็นโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับผู้คนในเมืองที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยไม่ต้องพึ่งโครงข่าย DSL แม้ปัจจุบัน WiMAX ก็ยังมีศักยภาพในการให้บริการครอบคลุมระยะทางกว่า 50 กิโลเมตรและให้แบนด์วิดธ์สูงสุดถึง 75Mbps โดยในปี 2006 ได้มีบางประเทศเริ่มใช้งานแล้ว อาทิ หน่วยงานควบคุมการใช้คลื่นเครือข่ายของเยอรมัน ( Federal Network Agency) ได้มีการเปิดประมูลใบอนุญาตทั้งหมด 5 ใบ แต่ทิศทางการพัฒนาของผู้ให้บริการจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร
 
     ปัจจุบัน มีการคาดหมายกันว่าเทคโนโลยีที่ชื่อว่า LTE (Long Term Evolution) จะมามีส่วนสำคัญกับระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในยุคที่สี่ถัดจากยุคของ GSM และ UMTS ซึ่งบรรดาผู้ให้บริการก็ได้พัฒนาต่อยอดเป็น HSPA+ ที่มีความเร็วสูงกว่า UMTS ต้นแบบถึง 42Mbps หรือเรียกได้ว่าถึงขีดจำกัดแล้ว
 
    ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป LTE จะเริ่มเปิดให้บริการในบางประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป โดยจะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลไร้สายสูงถึง 100Mbps และในทางทฤษฎีสามารถเพิ่มได้ถึง 300Mbps เลยทีเดียว ด้วยตัวเลขความเร็วดังกล่าวเทคโนโลยีนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นที่น่าสนใจสำหรับอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ยังเป็นที่สนใจของนักท่องอินเทอร์เน็ตในบ้านด้วย ส่วนคำถามที่ว่า LTE จะประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใดก็เหลือแต่ว่าอัตราค่าบริการที่ผู้ให้บริการจะกำหนดนั้นจะสูงเกินเอื้อมไปหรือเปล่าเท่านั้นเอง

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ติชม


ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

สร้างโดย :


ect

สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
ไม่ระบุ