องค์ประกอบของราคางานก่อสร้าง

องค์ประกอบของราคางานก่อสร้าง มีอยู่ 5 ส่วน

1. ค่าวัสดุก่อสร้าง จัดเป็น Direct Cost

o ประมาณ 60 % - 70 % ของราคาค่าก่อสร้างทั้งหมด

o ราคาจะถูก – แพง ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดซื้อ จัดหา และการเปลี่ยนแปลงของตลาด

o วัสดุจะมีราคาแพงถ้าต้องสั่งจากนอกประเทศ หรือต้องสั่งทำพิเศษ ขาดแคลน และ หายาก

2. ค่าแรง จัดเป็น Direct Cost

o ราคาค่อนข้างคงที่ บางเวลาหาได้ยาก

o ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เกินกว่านี้ต้องจ่ายค่าล่วงเวลา

3. ค่าดำเนินการ หรือ โสหุ้ย จัดเป็น Indirect Cost

o เป็นเงินเดือน ค่าจ้างอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องการการใช้วัสดุโดยตรง

o ถ้าคิดเป็น % ของ ( ค่าวัสดุ + ค่าแรง ) อาจผิดพลาดได้ และ อาจทำให้ Content ของการบริหารโครงการสูง

4. กำไร แปรผกผันกับโอกาสได้งานเสมอ ถ้าประมูลงานในราคาที่ต่ำ โอกาสได้งานจะสูง และ โอกาสที่จะขาดทุนจะสูงตามไปด้วย

5. ภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย และ ภาษีนอกกฎหมายอื่นๆที่ทำให้งานดำเนินการไปอย่างราบรื่น

3. ชนิดของปริมาณวัสดุที่ปรากฏในการประมาณราคา มี 2 แบบ

1. Net in place เป็นปริมาตรสุทธิที่ปรากฏตามแบบ

2. Procurement = net in place + losses = เป็นปริมาตรที่มีการเผื่อการสูญเสียในระหว่างการทำงานตามสภาพแวดล้อมต่างๆแล้ว

4. ข้อสังเกตเบื้องต้น

1. ราคาวัสดุมีค่าประมาณ 50 % – 70 % ของราคาค่าก่อสร้างทั้งหมด

2. การกำหนดราคาจะต้องรู้สิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ เช่น ชนิด – ประเภท – ระดับคุณภาพ – จำนวน - ระยะเวลาที่จะใช้ในการดำเนินการก่อสร้าง –
กำหนดวันส่งมอบถึง site - ยืนราคาเดิมกี่วัน – credit กี่วัน – จ่าย check กี่วันจึงจะขึ้นเงินได้ เป็นต้น

5. จะรู้ราคาวัสดุและค่าแรงเบื้องต้นจากที่ใด

1. ถามผู้ผลิต หรือ ผู้แทนจำหน่าย

2. หน่วยราชการ – กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ - สำนักงบประมาณ ฯ

3. อ่านจากหนังสือที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง – ข่าวช่าง

4. ใช้ BOQ ของเก่า ที่มีลักษณะการก่อสร้างคล้ายๆกัน

6. สาเหตุที่ทำให้ราคาวัสดุแพงกว่าธรรมดา

1. หายาก ผลิตน้อย ขาดตลาด

2. มีลักษณะพิเศษ

3. สั่งจากต่างประเทศ

4. ขนส่งไกล

5. ต้นทุนการผลิตเพิ่ม - น้ำมันแพง ดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่ม

7. ข้อสังเกตเกี่ยวกับค่าแรง

1. จัดเป็น direct cost หรือ ค่าก่อสร้างโดยตรงเหมือนค่าวัสดุ

2. ทำงานวันละไม่เกิน 8 ชม. หรือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เกินกว่านี้ต้องได้ค่าล่วงเวลา

3. ราคาไม่เท่ากันตามประเภทของช่างและระดับฝีมือ

4. กลุ่มช่าง – ไม้ ปูน เหล็ก สี กรรมกร ฯลฯ

5. งานที่เจ้าของงาน หรือ Main contractor ทำเอง หรือ เรียกว่า Force account ปัจจุบันประมาณ 10 % – 15 % ของค่าวัสดุ + Equipment Cost

6. Location of site ทำให้ราคาค่าแรงแพง – ในเมือง / นอกเมือง , ภูเก็ต / แม่ฮ่องสอน , site อยู่ใกล้กัน แย่งแรงงานกัน

7. คนงานพักนอก site ต้องเพิ่มค่าที่พักและค่าเดินทาง

8. ประเภทของแบบที่ใช้ในงานก่อสร้างโดยทั่วไป มี 3 แบบ คือ

1. Working Drawing เป็นแบบที่ใช้ในการยื่นซองประกวดราคา โดยแยกงานแต่ละงานออกจากกัน – ไฟฟ้า ประปา ฝ้า โครงหลังคา โครงสร้าง สุขาภิบาล ฯลฯ

2. Shop Drawing หรือ แบบหน้างาน จะนำแบบ Working Drawing ที่เกี่ยวข้องกันมาเขียนรวมอยู่ในแผ่นเดียวกัน เช่น แบบท่อน้ำ กับ โครงเคร่าฝ้าเพดาน เพื่อให้
ช่างได้ดูว่าถ้าสร้างจริงๆจะมีปัญหาเรื่องแนวท่อชนกับเคร่าหรือไม่

3. As – built Drawing เป็นแบบที่เขียนหลังจากได้มีการก่อสร้างจริงเสร็จแล้วเพื่อใช้ในการปรับราคา ( claims ) และการซ่อมบำรุง

รูปภาพ 1

ความคิดเห็น 0

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

    ยังไม่มีความคิดเห็น