เทคโนโลยีการสร้างอาคาร

           ปัจจุบันงานก่อสร้างต้องมีการแข่งขันกับเวลามาก เพราะต้นทุนการก่อสร้างมีความผันผวน อีกทั้งแรงงานระดับกลาง ค่อนข้างขาดแคลน ดังนั้นวิศวกรโยธา จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยี่ในการสร้างอาคารใหม่ๆ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้ คือ
แบบที่1 ก่อสร้างอาคารด้วยชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast concrete products) เช่น เสา คาน พื้น หรือบันได ฯลฯ แล้วยกมาประกอบติดตั้งในหน่วยงานก่อสร้าง (Site) โดยอาศัยการออกแบบรอยต่อ ด้วยวิธีการขันน๊อต หรือเชื่อม แล้วอุดด้วยปูน(Grounting cement)ที่มีคุณสมบัติพิเศษ โดยสามารถไหลเข้าแบบได้เอง โดยไม่ต้องกระทุ้ง และมีความแข็งแรงมากกว่าคอนกรีตโครงสร้างทั่วไป ปัจจุบันเริ่มนิยม ใช้สร้างโรงงาน หรือคลังสินค้า ส่วนบ้านพักอาศัยพบเห็นน้อย เพราะเป็นงานแบบ Mass products

แบบที่2 ก่อสร้างอาคารในส่วนพื้นด้วย ระบบ Post tensioned slabs เป็นการหล่อแผ่นพื้นในที่ แต่อาศัยการอัดแรงเข้าสู่เส้นลวดรับแรงดึงสูง ซึ่งติดตั้งในแผ่นพื้น หลังจากหล่อแผ่นพื้นชิ้นนั้น ด้วยคอนกรีตกำลังสูง (320-400 ksc.ที่ 28 วัน) เมื่ออายุคอนกรีตได้ประมาณ3-4 วัน (กำลังคอนกรีตไม่ต่ำกว่า 70-80%)ทำให้เกิดแรงอัดภายในมากกว่าคอนกรีตโครงสร้างไม่อัดแรง  โดยบางครั้งไม่จำเป็นต้องมีหล่อคานรองรับ ปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีที่นิยมกับการก่อสร้างอาคารสูงมาก เพราะได้จำนวนชั้นมากขึ้น เมื่อเทียบกับระบบคอนกรีตไม่อัดแรง
           จากเทคโนโลยีทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าว ทำให้งานก่อสร้างอาคาร ประหยัดเวลาและแรงงานมากกว่า 25 เปอร์เซนต์ อนึ่งวิธีการดังกล่าวนี้ เป็นเพียงการก่อสร้างอาคาร2วิธีที่นิยม จากหลายวิธี
แต่อย่างไรก็ตาม การสร้างอาคารด้วยรูปแบบที่1 ยังมีอุปสรรคมากหลายประการ ตั้งแต่การเตรียมการออกแบบ ,ผลิต,การขนส่งและการขนถ่าย ให้รวดเร็วและปลอดภัย เพระชิ้นส่วนโครงสร้างแต่ละชิ้น มีน้ำหนักและใหญ่มาก  ส่วนรูปแบบที่2 จำเป็นต้องอาศัยผู้ชำนาญการมาก เพราะต้องอาศัยเป็นเทคโนโลยีตั้งแต่การออกแบบ จนถึงวัสดุและการควบคุมงานที่ได้มาตรฐานกว่าการสร้างอาคารระบบไม่อัดแรง
01:33:04 /2009-07-03 อ่านต่อ... เทคนิคก่อสร้างอาคารสูงพิเศษ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ติชม


ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

สร้างโดย :


timber2009

สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
โยธา