ระเบียบวัดผลประเมินผล ระดับ ปวช.

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ  (สำเนา)

ว่าด้วย การประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545

พ.ศ. 2546

.........................................................

 

            โดยที่กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่ง ให้ใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545  แล้ว จึงสมควรออกระเบียบว่าด้วย การประเมินผลการเรียนให้สอดคล้องกัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน  (ฉบับที่ ) พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

            ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย การประเมินผลการเรียน

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 พ.ศ.2545”

            ข้อ 2. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2545 เป็นต้นไป

            ข้อ 3. ตั้งแต่วันที่ใช้ระเบียบนี้ ให้ยกเลิกบรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่

กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

            ข้อ 4. ให้ดำเนินการประเมินผลการเรียนตามระเบียบนี้ในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาตาม

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545

            ข้อ 5. ในระเบียบนี้

            “ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ “ เรียกชื่อย่อว่า “ปวช.” หมายความว่า การศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ 3 ปี หลังจากหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า

            “นักเรียน” หมายความว่า ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สำหรับผู้ที่เรียนตามระบบทวิภาคีต้องทำสัญญาการฝึกอาชีพกับสถานประกอบการด้วย

            “ภาคเรียน” หมายความว่า ภาคเรียนปกติ มี 2 ภาคเรียนต่อปีการศึกษา

            “ภาคเรียนฤดูร้อน” หมายความว่า ช่วงเวลาที่จัดให้เรียน หรือฝึกปฏิบัติในระหว่างภาคฤดูร้อนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเปิดภาคเรียนฤดูร้อนในสถานศึกษาของ

กระทรวงศึกษาธิการ และในช่วงปิดภาคเรียนกลางปีโดยอนุโลม

            “สถานศึกษา ความหมายว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษา ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของกระทรวงศึกษาธิการ

            “หัวหน้าสถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา

            “หน่วยงานต้นสังกัด” หมายความว่า ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม ที่มีสถานศึกษาที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพอยู่ในสังกัด หรือในความคุมดูแล

            “สถานฝึกงานอาชีพ”  หมายความว่า  สถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพอิสระและแหล่งวิทยาการซึ่งรับนักเรียนเข้าฝึกงาน

            “สถานประกอบการ”  หมายความว่า  สถานประกอบการ สถานประกอบอาชีพอิสระและแหล่งวิทยาการที่เข้าร่วมโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีกับสถานศึกษา

            “มาตรฐานการอาชีวศึกษา” หมายความว่า ข้อกำหนดในการจัดอาชีวศึกษาเพื่อใช้เป็นเกณฑ์การกำกับ ดูแล ตรวจสอบ ประเมินผล และประกันคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา

            “มาตรฐานฝีมือ”  หมายความว่า ข้อกำหนดในการปฏิบัติงาน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์การกำกับดูแล  ตรวจสอบ ประเมินผล การปฏิบัติงานนักเรียนในสถานประกอบการ สำหรับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

            “มาตรฐานวิชาชีพ”  หมายความว่า ข้อกำหนดในการจัดการเรียนการสอน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกับ ดูแล ตรวจสอบ  ประเมินผลการเรียนนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา

            “อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี”  หมายความว่า รูปแบบการจัดอาชีวศึกษาในลักษณะของความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ ที่กำหนดให้นักเรียนเรียนภาคทฤษฏีหรือหลักการที่สถานศึกษาสัปดาห์ละ 1-2 วัน และฝึกอาชีพที่สถานประกอบการสัปดาห์ละ3-4 วัน ตลอดระยะเวลา 3 ปี

            “ผู้ควบคุมการฝึก”  หมายความว่า  ผู้ที่สถานประกอบการมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานกับสถานศึกษา ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และรับผิดชอบดูแลการฝึกอาชีพของนักเรียนในสถานประกอบการ

            “ครูฝึก”  หมายความว่า  ผู้ทำหน้าที่ สอน ฝึก อบรมในสถานประกอบการ

            “การฝึกอาชีพ”  หมายความว่า  การเรียนหรือฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ

            “คณะกรรมการประเมินผล”   หมายความว่า  คณะกรรมการร่วมระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการไม่น้อยกว่า 7 คน โดยให้ผู้แทนจากสถานประกอบการ ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนจากสถานศึกษาทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการประเมินมาตรฐานฝีมือสำหรับนักเรียนทวิภาคี

            ข้อ 6. ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

 

 

 

 

หมวดที่ 1

หลักการในการประเมินผลการเรียน

 

            ข้อ 7. ให้สถานศึกษา สถานฝึกงานอาชีพ และสถานประกอบการ มีหน้าที่และรับผิดชอบในการประเมินผลการเรียน

            ข้อ 8. ให้ประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชาตามระบบหน่วยกิต    จำนวนหน่วยกิตของแต่ละ

รายวิชาให้ถือตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

            ข้อ 9. ให้สถานศึกษา และสถานประกอบการ ทำการประเมินผลการเรียนรายวิชา    เมื่อสิ้น

ภาคเรียน หรือเมื่อสิ้นสุดการเรียนหรือการปฏิบัติงานในทุกรายวิชา

            ข้อ 10. ให้หน่วยงานต้นสังกัดร่วมกับสถานศึกษาในสังกัด ดำเนินการส่งเสริมคุณภาพควบคุมมาตรฐานการอาชีวศึกษา

 

หมวดที่ 2

วิธีการประเมินผลการเรียน

 

            ข้อ 11.  การประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา ให้ดำเนินการประเมินตามสภาพจริงต่อเนื่อง

ตลอดภาคเรียนด้านความรู้ความสามารถและเจตคติจากกิจกรรมการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานที่มอบหมาย  ซึ่งครอบคลุมจุดประสงค์และเนื้อหาวิชาโดยใช้เครื่องมือและวิธีการหลากหลายตามความเหมาะสม

            ให้มีการประเมินเพื่อมีการพัฒนาและการประเมินสรุปผลการเรียนโดยพิจารณาจากการประเมินแต่ละกิจกรรม และงานที่มอบหมายในอัตราส่วนตามความสำคัญของแต่ละกิจกรรมหรืองานที่มอบหมาย

            ข้อ 12.  การประเมินมาตรฐานฝีมือ สำหรับนักเรียนทวิภาคีให้ปฏิบัติดังนี้

(1)    ให้ดำเนินการประเมินมาตรฐานฝีมือนักเรียนทวิภาคีจากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ตามวิธีการที่คณะกรรมการประเมินผลกำหนด

(2)   ข้อกำหนดในการประเมินมาตรฐานฝีมือ

ก.      นักเรียนจะเข้ารับการประเมินครึ่งหลักสูตรได้ ต้องได้ผลการประเมินผ่านรายวิชาหมวดวิชาชีพเฉพาะได้จำนวนหน่วยกิจอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของหมวดวิชาชีพเฉพาะ  ตามที่กำหนดในโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทและสาขาวิชา

ข.      นักเรียนจะเข้ารับการประเมินเมื่อสิ้นสุดหลักสูตรได้ต่อเมื่อได้ลงทะเบียนเรียนครบทุกรายวิชา ตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา แต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา

ข้อ 13.  นักเรียนต้องได้รับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ เมื่อนักเรียนได้ลงทะเบียนเรียนครบทุกรายวิชา ตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา หรือตามระยะเวลาที่คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพเห็นสมควร

ข้อ 14.  ให้ระดับผลการเรียนในการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ และมาตรฐานฝีมือ ดังนี้

            ผ่าน      หมายถึง  ผลการประเมินผ่านเกณฑ์

            ไม่ผ่าน  หมายถึง  ผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์

ข้อ 15.  ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี้

                                    4.0       หมายถึง            ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

                                    3.5       หมายถึง            ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

                                    3.0       หมายถึง            ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี

                                    2.5       หมายถึง            ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้

                                    2.00     หมายถึง            ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์พอใช้

                                    1.5       หมายถึง            ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อน

                                    1.0       หมายถึง            ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อนมาก

                                    0          หมายถึง            ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ

ข้อ 16.  รายวิชาใดที่แสดงระดับผลการเรียนตามข้อ 15 ไม่ได้ ให้ใช้ตัวอักษรต่อไปนี้

ข.ร.       หมายถึง  ขาดเรียน ไม่มีสิทธิเข้ารับการประเมินสรุปผลการเรียน เนื่องจากมีเวลาเรียนต่ำกว่าร้อยละ 80 โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย

            ข.ป.      หมายถึง  ขาดการปฏิบัติงาน หรือปฏิบัติงานไม่ครบ โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

            ข.ส.      หมายถึง  ขาดการประเมินสรุปผลการเรียน โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

            ถ.ล.      หมายถึง  ถอนรายวิชาหลังกำหนด โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

            ถ.น.      หมายถึง  ถอนรายวิชาภายในกำหนด

            ถ.พ.      หมายถึง  ถูกสั่งพักการเรียนในระหว่างที่มีการประเมินสรุปผลการเรียน                         

               ท.      หมายถึง  ทุจริตในการสอบหรืองานที่มอบหมายให้ทำ

            ม.ส.      หมายถึง ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการประเมินครบทุกครั้งและหรือไม่ส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาตามกำหนดด้วยเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย

            ม.ท.      หมายถึง  ไม่สามารถเข้ารับการประเมินทดแทนการประเมินส่วนที่ขาดของ

รายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ภายในภาคเรียนถัดไป

ผ.                  หมายถึง  ได้เข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนด และผ่านผลการประเมินผ่าน

ม.ผ.      หมายถึง  ไม่เข้าร่วมกิจกรรม หรือผลการประเมินไม่ผ่าน

ม.ก.      หมายถึง  การเรียนโดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการสำเร็จ

การศึกษาตามหลักสูตร

            ข้อ 17.  ในกรณีต่อไปนี้ให้ตัดสินผลการเรียนเป็นระดับ 0 (ศูนย์) เฉพาะรายวิชา

(1)       มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ข้นต่ำ (ไม่ผ่าน)

(2)       ได้ ข.ร.

(3)       ได้ ข.ป.

(4)       ได้ ข.ส.

(5)       ได้ ถ.ล.

(6)       ได้ ถ.พ.

(7)       ได้ ท.

(8)       ได้ ม.ท.

ข้อ 18.  นักเรียนที่ทำการทุจริตหรือส่อเจตนาทุจริตในการสอบ หรืองานที่มอบหมายให้ทำใน

รายวิชาใด ให้พิจารณาโทษตามสถานความผิด ดังนี้

(1)   ให้ได้คะแนน 0 (ศูนย์) เฉพาะครั้งนั้น หรือ

(2)   ให้ได้ระดับผลการเรียนเป็น 0 (ศูนย์) ในรายวิชานั้น หรือ

(3)   ให้ได้ระดับผลการเรียนเป็น 0 (ศูนย์) ในรายวิชานั้น และตัดคะแนนความ ประพฤติตามระเบียบว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤติที่สถานศึกษากำหนด

ข้อ 19.  การคำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ให้ปฏิบัติดังนี้

(1)   ให้นำผลบวกของผลคูณระหว่างจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชากับระดับผลการเรียน หารด้วยผลบวกของจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา คิดทศนิยมสองตำแหน่งไม่ปัดเศษ

(2)   ให้คำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย จากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตามข้อ 15 และข้อ 16  รายวิชาที่นักเรียนซ้ำ เรียนแทน หรือรับการประเมินใหม่ ให้ใช้ระดับผลการเรียนสุดท้ายและนับจำนวนหน่วยกิตมาเป็นตัวหารเพียงครั้งเดียว

(3)   ให้คำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย ดังนี้

(ก)   ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำภาคเรียน คำนวณจากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตาม (2) เฉพาะในภาคเรียนหนึ่ง ๆ

(ข)   ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม คำนวณจากรายวิชาที่เรียนมาทั้งหมดและได้ระดับผลการเรียนตาม (2) ตั้งแต่สองภาคเรียนขึ้นไป

ข้อ 20.  ผู้ที่ได้ ม.ส. เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการประเมินครบทุกครั้ง ต้องรับการประเมินทดแทนส่วนที่ขาดภายใน 10 วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา หากพ้นกำหนดนี้ให้ถือว่าไม่สามารถข้ารับการประเมินทดแทน (ม.ท.) ยกเว้นมีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย ให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการพิจารณาเป็นราย ๆ  ไป ทั้งนี้ ให้ประเมินทดแทนในรายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ให้แล้วเสร็จภายในภาคเรียนถัดไป

ผู้ที่ได้ ม.ส.  เนื่องจากไม่สามารถส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาตามกำหนดส่งงานนั้นให้สมบูรณ์ภายใน 10 วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา หากพ้นกำหนดให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการทำการตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย ให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการพิจารณาเป็นราย ๆ  ไป

ในกรณีนี้ ให้ผู้สอนหรือครูฝึกรายงานให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ควบคุมการฝึกทราบทุกราย

 

หมวด 3

การตัดสินผลการเรียน

 

ข้อ 21.  การตัดสินผลการเรียนให้เป็นไปตามนัย ดังนี้

(1)   ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา

(2)   รายวิชาที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับ 1 ขึ้นไป ถือว่าประเมินผ่านและให้นับจำนวนหน่วยกิตของรายวิชานั้นเป็นจำนวนหน่วยกิตสะสม

(3)   เมื่อได้ประเมินผลการเรียนแล้ว ปรากฎว่าผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามข้อ 17 (1) ให้รับการประเมินใหม่ได้ 1 ครั้ง ภายในเวลาที่สถานศึกษาหรือสถานประกอบการกำหนดไม่เกิน 10 วัน หลังจากประกาศผลการเรียน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย หากประเมินไม่ผ่าน ถ้าเป็นรายวิชาบังคับที่กำหนดให้เรียนในแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชาให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ถ้าเป็นรายวิชาเลือกจะเรียนซ้ำ หรือเรียนรายวิชาอื่นแทนก็ได้

(4)   การประเมินใหม่ ให้ระดับผลการเรียนได้ไม่เกิน 1

(5)   เมื่อได้ประเมินผลการเรียนแล้ว นักเรียนที่มีผลการเรียนระดับ 0 (ศูนย์) ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 17 (2) ถึง 17 (8) ข้อ 18 (2) และข้อ 18 (3) ถ้าเป็นรายวิชาบังคับที่กำหนดให้เรียนในแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ถ้าเป็นรายวิชาเลือกจะเรียนซ้ำหรือเรียนรายวิชาอื่นแทนก็ได้

ในกรณีที่ให้เรียนรายวิชาอื่นแทนให้ลงหมายเหตุใน ปพ. 1 ปวช. ว่าให้เรียนแทนรายวิชาใด

            ข้อ 22.  การตัดสินผลการเรียนเพื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพพุทธศักราช 2545 ให้ถือตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1)   ประเมินผ่านรายวิชาในหมวดวิชาสามัญ หมวดวิชาชีพ และหมวดวิชาเลือกเสรีครบตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา

(2)   ได้จำนวนหน่วยกิจครบถ้วนตามโครงสร้าง ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา

(3)   ได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00

(4)   ได้เข้าร่วมกิจกรรมในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ชั่งโมงต่อสัปดาห์ โดยมีเวลาเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาที่จัดกิจกรรมในแต่ละภาคเรียน และต้องผ่านจุดประสงค์สำคัญของกิจกรรม

หากนักเรียนมีเวลาเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมต่ำกว่าร้อยละ 60 ของเวลาที่จัดกิจกรรมในภาคเรียนใดโดยเหตุสุดวิสัย ให้สถานศึกษาพิจารณาผ่อนผันเป็นราย ๆ  ไป

เมื่อนักเรียนได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมครบถ้วนในภาคเรียนใด ให้บันทึกชื่อกิจกรรม และตัวอักษร “ผ” ในระเบียนแสดงผลการเรียนของภาคเรียนนั้น ซึ่งหมายถึง “ผ่าน” หากนักเรียนไม่เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมไม่ครบถ้วน หรือไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเลย ให้สถานศึกษาพิจารณามอบงานหรือกิจกรรมในส่วนที่นักเรียนผู้นั้นไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติ ให้ปฏิบัติให้ครบถ้วนภายในเวลาที่สถานศึกษาพิจารณาเห็นสมควร

สำหรับนักเรียนทวิภาคี การเข้าร่วมกิจกรรมสถานประกอบการจัดขึ้นถือว่ามีผลตามความใน (4)

(5)   ประเมินผ่านมาตรฐานวิชาชีพ สำหรับนักเรียนทวิภาคี ต้องได้รับการประเมินผ่านมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานฝีมือในประเภทวิชาและสาขาวิชาที่เรียน ถ้าประเมินไม่ผ่านกรณีใดก็ตามให้ประเมินใหม่ภายใน 3 เดือน นับแต่วันประกาศผล โดยประเมินเฉพาะเนื้อหาวิชา หรืองานในส่วนที่ประเมินไม่ผ่าน

ข้อ 23. ให้หัวหน้าสถานศึกษา เป็นผู้อนุมัติผลการเรียนและการสำเร็จการศึกษาตาม

หลักสูตร

สำหรับรายวิชาที่เรียนหรือฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการให้ผู้ควบคุมการฝึกและอาจารย์

นิเทศร่วมกันประเมินผลการเรียน   

            ข้อ 24.  นักเรียนผู้ใดประสงค์จะเรียนซ้ำรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียน 1 หรือเลือกเรียนรายวิชาอื่นแทนถ้าเป็นรายวิชาเลือก เพื่อประเมินปรับค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมให้สูงขึ้น ให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการดำเนินการให้เรียนซ้ำหรือเรียนแทนภายในเวลาที่เห็นสมควร

            การเรียนซ้ำรายวิชา ให้นับจำนวนหน่วยกิตสะสมเพียงครั้งเดียว ส่วนการเรียนให้นับเฉพาะจำนวนหน่วยกิตของรายวิชาที่เรียนแทนเป็นจำนวนหน่วยกิตสะสม

            การนับจำนวนหน่วยกิตสะสมในกรณีนี้ จะกระทำเมื่อนักเรียนได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 2 ขึ้นไปเท่านั้น

            รายวิชาที่เรียนซ้ำหรือเรียนแทนแล้วได้ระดับผลการเรียน 0 ให้ถือระดับผลการเรียน 1 ตามเดิม ยกเว้นการได้ระดับผลการเรียน 0 ตามข้อ 18 (2) และ 18 (3) แห่งระเบียบนี้

            ข้อ 25.  ตามนัยแห่งข้อ 24 การคิดค่าระดับเฉลี่ยสะสม ถ้าเป็นรายวิชาที่เรียนซ้ำให้นับจำนวนหน่วยกิตเป็นตัวหารเพียงครั้งเดียว ส่วนการเรียนรายวิชาอื่นแทนให้นับเฉพาะจำนวน  หน่วยกิตของรายวิชาที่เรียนแทนมาเป็นตัวหาร

            ข้อ 26.  เมื่อนักเรียนได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 2 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 40 หน่วยกิตและได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน

            เมื่อได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 4 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 75 หน่วยกิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.75 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน

            เมื่อได้ลงทะเบียนครบ 6 ภาคเรียน หรือไม่น้อยกว่า 100 หน่วยกิต และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้รับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.90 ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรเรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน

            ข้อ 27.  นักเรียนที่ได้เรียนหรือฝึกอาชีพตามปกติ ประเมินใหม่หรือเรียนซ้ำ หรือเรียนแทนรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียน 0 (ศูนย์) และระดับผลการเรียน 1 สอบเทียบประสบการณ์ หรือสอบเทียบความรู้หรือสอบเทียบประสบการณ์งานอาชีพมาเป็นเวลารวม 8 ภาคเรียนแล้ว แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์การสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ในข้อ 22 แห่งระเบียบนี้ ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน หรือถูกสั่งพักการเรียน

 

หมวด 4

การเทียบโอนผลการเรียน

 

            ข้อ 28.  การโอนผลการเรียนสำหรับนักเรียนจากสถานศึกษา ซึ่งใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 ให้สถานศึกษาที่รับนักเรียนเข้ารับโอนผลการเรียนทุกรายวิชา นอกจากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียน 1 สถานศึกษาจะรับโอนหรือจะทำการประเมินใหม่จนเห็นว่าได้ผลการเรียนถึงเกณฑ์มาตรฐานแล้ว จึงรับโอนรายวิชานั้นก็ได้

            ถ้ามีการประเมินใหม่ ระดับผลการเรียนให้เป็นไปตามที่ได้จากการประเมินใหม่ แต่ต้องไม่สูงไปกว่าเดิม

            ทั้งนี้ ต้องลงทะเบียนรายวิชาในสถานศึกษาแห่งหลังสุดไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน

            ข้อ 29.  ในกรณีที่นักเรียนย้ายสถานศึกษา ถ้านักเรียนมีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ

(ไม่ผ่าน) ในรายวิชาใด และมีสิทธิได้รับการประเมินใหม่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการประเมิน

ผลการเรียนตามหลักสูตรนี้ ให้สถานศึกษาที่นักเรียนเรียนอยู่ก่อนดำเนินการประเมินใหม่ให้แก่นักเรียนผู้นั้น

            ข้อ 30.  สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียนรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของ

สถาบันการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือทบวงมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานของราชการ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายของกระทรวงศึกษาธิการ หรือทบวงมหาวิทยาลัยได้ตามเงื่อนไข  ดังนี้

(1)   เป็นรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่มีจุดประสงค์และเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ำกว่า  ร้อยละ 60 และมีจำนวนหน่วยกิต   ไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของรายวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตรที่ใช้ระเบียบนี้

(2)   รายวิชาที่ระดับผลการเรียน 1 ให้สถานศึกษาที่รับโอนผลการเรียนทำการประเมินใหม่ ถ้าเห็นว่ามีผลตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว จึงรับโอนรายวิชานั้น

(3)   รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียน หรือจะทำการประเมินใหม่แล้วจึงรับโอนรายวิชานั้นก็ได้  รายวิชาที่มีการประเมินใหม่ ระดับผลการเรียนให้เป็นไปตามผลการประเมิน แต่ต้องไม่สูงกว่าเดิม

(4)   นักเรียนต้องลงทะเบียนรายวิชาในสถานศึกษาแห่งหลังสุดไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน

ข้อ 31.  สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียนรายวิชาจากหลักสูตรอื่นซึ่ง ก.พ. รับรองคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จากหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ชำนาญงาน หรือจากหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น หรือหลักสูตรอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน แต่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นของกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานของราชการได้ตามเงื่อนไขต่อไปนี้

(1)   เป็นรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่มีจุดประสงค์และเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของรายวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตรที่ใช้ระเบียบนี้

(2)   ได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป

(3)   สถานศึกษาอาจทำการประเมินใหม่แล้วจึงรับโอนรายวิชานั้น

(4)   นักเรียนต้องลงทะเบียนรายวิชาในสถานศึกษาแห่งหลังสุดไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียน

ข้อ 32.  ถ้ามีระเบียบ คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่เกี่ยวข้องกับการเทียบโอนผลการเรียนหรือการถ่ายโอนผลการเรียน ให้ถือปฏิบัติตามนั้น

            ข้อ 33.  การบันทึกผลการเรียนตามข้อ 30 ข้อ 31 และข้อ 32 ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนให้ใช้รหัสวิชาและชื่อรายวิชาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 โดยแสดงหมายเหตุว่าเป็นรายวิชาที่รับโอนมาจากหลักสูตรอื่นหรือจากการเทียบรายวิชา รหัสวิชาใด ยกเว้นมีข้อกำหนดเฉพาะในเรื่องนั้น ๆ

            ข้อ 34.  สถานศึกษาจะอนุญาตให้นักเรียนไปเรียนรายวิชาจากสถานศึกษาแห่งอื่นตามระเบียบนี้ก็ได้ โดยให้สถานศึกษาทั้งสองแห่งทำการตกลงร่วมกันในการจัดสอนและรับโอนผลการเรียน

            ข้อ 35.  สถานศึกษาจะอนุญาตให้นักเรียนไปเรียนรายวิชาจากสถานศึกษาแห่งอื่นที่ไม่ได้ใช้หลักสูตรเดียวกัน แต่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันและมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่ารายวิชาที่นักเรียนต้องเรียนในสถานศึกษาแห่งเดิม แม้รหัสวิชาหรือรายวิชาจะไม่ตรงกันก็ได้ โดยให้สถานศึกษาพิจารณาละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของหลักสูตรตามที่เห็นสมควร

            ข้อ 36.  ในกรณีสถานศึกษาอนุญาตให้นักเรียนไปเรียนจากสถานศึกษาแห่งอื่น ตามข้อ 35 ให้สถานศึกษาพิจารณารับโอนผลการเรียนดังนี้

(1)       รับโอนรายวิชาที่มีผลการเรียนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป หรือ

(2)      รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียน 1 ให้สถานศึกษาที่รับโอนผลการเรียนทำ

การประเมินใหม่ ถ้าเห็นว่ามีผลตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว จึงรับโอนรายวิชานั้น

ถ้ามีการประเมินใหม่ ระดับผลการเรียนให้เป็นไปตามที่ได้จากการประเมินแต่ต้องไม่สูงไปกว่าเดิม     ทั้งนี้ให้สถานศึกษาแจ้งให้นักเรียนทราบก่อนที่จะอนุญาตให้ไปเรียน

การบันทึกผลการเรียนลงในระเบียนแสดงผลการเรียน ให้ใช้รหัสวิชา และชื่อวิชาของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 โดยระบุว่ารับโอนจากสถานศึกษาแห่งอื่น รหัสวิชาใด ยกเว้นมีข้อกำหนดเฉพาะเรื่องนั้น ๆ 

            ข้อ 37.  นักเรียนที่มีประสบการณ์ในงานอาชีพ หรือฝึกงานในสถานศึกษาอาชีพ หรือต้องการทำงานอาชีพ หรือทำงานในอาชีพนั้นอยู่แล้ว หรือมีความรู้ในรายวิชาตามหลักสูตรนี้มาก่อนเข้าเรียนหรือเข้าเรียนแล้วแต่ขอไปเรียน หรือฝึกปฏิบัติในสถานฝึกงานอาชีพ จะขอสอบเทียบกับประสบการณ์ หรือสอบเทียบความรู้ หรือขอเทียบประสบการณ์งานอาชีพ เพื่อนับจำนวนหน่วยกิตสะสมสำหรับรายวิชานั้นก็ได้ ให้สถานศึกษาดำเนินตามหลักเกณฑ์แนบท้ายระเบียบนี้

            ถ้าผลปรากฎว่าสอบตก นักเรียนจะสอบเทียบประสบการณ์หรือสอบเทียบความรู้ หรือลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนนั้นอีกไม่ได้ เว้นแต่ในภาคเรียนอื่น

            การบันทึกผลการเรียนลงในระเบียนแสดงผลการเรียน ให้แสดงหมายเหตุไว้ว่าเป็นรายวิชาที่สอบเทียบประสบการณ์ หรือสอบเทียบความรู้ หรือขอเทียบประสบการณ์งานอาชีพ

            ข้อ 38.  นักเรียนที่สถานศึกษาให้พ้นสภาพนักเรียนตามข้อ 26 หรือข้อ 27 แห่งระเบียบนี้แล้วสอบเข้าเรียนใหม่ในสถานศึกษาเดิมหรือสถานศึกษาแห่งใหม่ได้ ให้สถานศึกษารับโอนผลการเรียนเฉพาะรายวิชาที่ยังปรากฎอยู่ในหลักสูตรนี้ และได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป

 

หมวด 5

หน้าที่ของสถานศึกษา

 

            ข้อ 39.  สถานศึกษาต้องจัดให้มีเอกสารการศึกษาดังต่อไปนี้

(1)   ระเบียนแสดงผลการเรียนประจำตัวนักเรียนตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ซึ่งใช้ชื่อย่อว่า “ปพ. 1 ปวช.” และต้องเก็บรักษาไว้ตลอดไป

(2)   แบบรายงานผลการเรียนของผู้ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปพ.3 ปวช.) ตามแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดและเก็บรักษาไว้ตลอดไป

(3)   ประกาศนียบัตร และวุฒิบัตร ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

(4)   สมุดประเมินผลรายวิชา และหลักฐานเกี่ยวกับการประเมินผลการเรียนในแบบอื่นนอกเหนือจาก ปพ. 1 ปวช. และ ปพ.3 ปวช. สมุดบันทึกการฝึกงาน หรือสมุดบันทึกการปฏิบัติงาน หรือสมุดรายงานของนักเรียน

(5)   ใบรับรองสภาพการเป็นนักเรียนและใบรับรองผลการเรียนตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ข้อ 40.  ให้สถานศึกษารายงานผลการเรียนของนักเรียน ให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบทุก

ภาคเรียน

            ข้อ 41.  ให้สถานศึกษาออกใบรับรองผลการเรียน และประกาศนียบัตรแก่นักเรียนโดยปฏิบัติ

ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

            ข้อ 42.  ให้สถานศึกษาเก็บรักษากระดาษคำตอบ และหลักฐานการประเมินผลการเรียนไว้

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปีการศึกษา

  

หมวด 6

ใบรับรองผลการเรียน

            ข้อ 43.  ให้ใช้สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1 ปวช.) เป็นเอกสารรับรองผลการเรียนแทนใบสุทธิ     และใบรับรองตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยใบสุทธิและใบรับรองของสถานศึกษา

            ข้อ 44.  การทำสำเนา ปพ.1 ปวช. จะใช้วิธีถ่ายเอกสาร หรือเขียนขึ้นใหม่ก็ได้ ให้หัวหน้างานทะเบียน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำการแทน ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาพร้อมทั้งวัน เดือน ปี ที่ออกสำเนา

            ถ้าหัวหน้าสถานศึกษาไม่อาจลงลายมือชื่อในต้นฉบับและสำเนาของ ปพ. ปวช. ได้ ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษาลงลายมือชื่อแทน

            ข้อ 45.  ถ้านักเรียนต้องการใบรับรองสภาพการเป็นนักเรียน หรือใบรับรองผลการเรียนจากสถานศึกษา สถานศึกษาจะออกใบรับรองสภาพการเป็นนักเรียน หรือใบรับรองผลการเรียน หรือสำเนา ปพ.1 ปวช. ให้ก็ได้ ใบรับรองนี้มีอายุเพียง 60 วัน และให้สถานศึกษากำหนดวันหมดอายุไว้ด้วย

            ถ้านักเรียนต้องการให้รับรองพื้นความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงขั้นที่ 3 สถานศึกษาจะถ่ายสำเนา รบ. 1 ต หรือ ปพ.1-3 และรับรองสำเนาให้ก็ได้

 

หมวด 7

บทเฉพาะกาล

 

            ข้อ 46.  ให้ใช้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2538 พ.ศ. 2542 กับนักเรียนที่เรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2538 พ.ศ. 2538 และนักเรียนที่เรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2538 (เพิ่มเติม พ.ศ. 2541) ไปจนกว่านักเรียนผู้นั้นจะเรียนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร แต่ต้องไม่เกิน 4 ปีการศึกษา นับแต่ปีการศึกษาที่เข้าเรียน หลังจากที่ใช้หลักสูตรตามระเบียบนี้

            ข้อ 47. สถานศึกษาใดที่ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 ก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับให้ถือว่ามีผลสมบูรณ์ตามระเบียบนี้

 

--------------------------------------------------------------------